“เบนซ์ ตาถั่ว” อีกหนึ่งตัวที่น่าสนใจ

September 12th, 2008 by titewat

ถ้าพูดถึงรถยนต์ยี่ห้อ MERCEDES-BENZ คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักนะครับ วันนี้ผมขอเสนอรถมือสองที่น่าสนใจอย่างมากในขณะนี้คือ MERCEDES-BENZ C-Class ซึ่ง C-Class นี้จะมีรุ่นที่ออกจำหน่ายมามากมาย เช่นรุ่น C180 C220 C230 และออกจำหน่ายตั้งแต่ ปี2001-2006 เลยทีเดียว รถยนต์รุ่นนี้ นับว่าเป็นรถยนต์รุ่นเล็กของค่าย MERCEDES-BENZ แต่สมรรถนะทางด้านการขับขี่และเครื่องยนต์ไม่ได้เล็กไปด้วยเลย วันนี้ผมขอเสนอ MERCEDES-BENZ รุ่น C230 ซึ่งเครื่องยนต์ขนาด 2300cc และมีออพชั่นแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น รถยนต์รุ่นนี้หากใช้ในเมืองจะมีอัตราการกินน้ำมันอยู่ที่ 6-9 กิโลเมตร/ลิตร แล้วแต่การขับขี่และสภาพเครื่องยนต์ ส่วนถ้าขับทางไกลความเร็วคงที่ (90-120) อัตราการกินน้ำมันจะอยู่ที่ 9-13 กิโลเมตร/ลิตร ส่วนเรื่องสมรรถนะการขับขี่มีการทรงตัวเป็นเยี่ยมช่วงล่างนิ่ม แต่ไม่นิ่มเท่าพวกระดับ E-Class หรือ S-Class และยังมีการเก็บเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสารได้ดีเมื่อใช้ความเร็วสูง (ไม่เกิน 140) รถยนต์ MERCEDES-BENZ C-Class นับว่าเป็นรถที่อยู่ในความต้องการของตลาดอย่างมากเพราะราคาค่าตัวตอนนี้อยู่ระดับที่ถือว่าถูกเมื่อเที่ยวกับความคุ้มค่า คือจะอยู่ในช่วงประมาณ 1,150,000 – 1,600,000 ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับรุ่น สภาพ และปีของรถครับ ปัจจุบันมีผู้ที่ใช้รถยนต์รุ่นนี้จำนวนมากที่หันไปหาพลังงานทางเลือกคือ หันไปติด แก๊ส LPG , NGV ซึ่งรถร่นนี้สามารถใช้แก๊สได้อย่างไม่มีปัญหา และยังทำให้ประหยัดเงินผลต่างระหว่างการเติมแก๊สและเติมน้ำมันอีกด้วย

Share/Save/Bookmark

Honda Civic เตารีด ความนิยมที่ไม่คลายหาย

September 11th, 2008 by titewat

มาถึงรถอีกคันที่นัวว่าน่าสนใจในขณะนี้เลย คือ Honda civic เตารีด ซึ่งถ้าว่ากันด้วยเรื่องของสภาพวะน้ำมันแพงในปัจจุบันทำให้มีผู้หันมาสนใจรถขนาดกลางและรถขนาดเล็กกันมากขึ้น ทำให้ Honda Civic ที่เรียกว่ารุ่นเตารีด เป็นรถที่น่าสนใจอีกรุ่นหนึ่งเลยก็ว่าได้ ด้วยราคามือสองที่นับว่าลงมาเยอะแล้วเมื่อยิ่งเทียบราคากับคุณภาพทำให้ยิ่งรู้สึกว่าคุ้มค่ามากในราคาขนาดนี้ อีกทั้ง Honda Civic เตารีด ก็เป็นรถที่เริ่มเก่าแล้วเหมือนกันแต่ยังได้รับความนิยมอย่างสูงอยู่ ซึ่งถ้าซื้อใหม่มาก็อาจต้องบูรณะสักนิดหน่อย ถ้าโชคดีได้คันทีสภาพดีๆก็นับว่าได้ของดีไปใช้เลย Honda Civic เตารีดเป็นรถที่ออกมาตั้งแต่ปี 1992-1995 ซึ่งก็นับว่ามีออพชั่นมาให้ครบเลยทีเดียว เรื่องช่วงล่าง เซ็ตมาค่อนข้างดีเมื่อใช้ความเร็วไม่สูงมากนัก การเก็บเสียงอยู่ในระดับใช้ได้ ส่วนอุปกรณ์ที่ให้มาก็จะแล้วแต่รุ่นที่เลือก ซึ่งก็จะมี กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า กระจกไฟฟ้า ระบบปรับอากาศที่ให้มาอย่างครบครัน ส่วนเรื่องอัตราการกินน้ำมันนั้น นับว่าเป็นรถยนต์อีกรุ่นที่มีความประหยัดเหมือนกันเลยทีเดียว ทั้งวิ่งในเมืองและวิ่งนอกเมือง ในเมืองจะอยู่ที่ประมาณ 9-11 กิโลเมตร/ลิตร (แล้วแต่การขับขี่และสภาพการจราจร) ส่วนเรื่องของวิ่งต่างจังหวัดจะทำให้ได้อัตราการบริโภคน้ำมันที่อยู่ราวๆ 12-17 กิโลเมตร/ลิตร จากที่กล่าวรายละเอียดมาทั้งหมดหากใครสนใจก็สามารถไปดูรถจริงๆได้ที่เต้นท์หรือ ตามผู้ขายรถมือสองก็ได้

Share/Save/Bookmark

“Nissan sunny” อีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ

September 10th, 2008 by titewat

Nissan เป็นอีกยี่ห้อที่ติดตลาดในประเทศมาแต่ยาวนาน ด้วยชื่อเสียงทางด้านความคงทนของรถยนต์และคุณภาพที่ให้มาเกินราคา แต่ถ้าหากจะเทียบกับคู่แข่งในตลาดนั้นก็ยังพบว่านิสสันอาจจะด้อยกว่าคู่แข่งตรงที่ผู้บริโภคยังติดอยู่กับยี่ห้อดังๆเพียงสองสามยี่ห้อเช่น ฮอนด้า หรือ โตโยต้า เป็นต้น จึงทำให้มีผลต่อราคาขายต่อมือสองซึ่งจะตกเร็วกว่า สองยี่ห้อดังที่ได้กล่าวมา สำหรับรถยนต์ที่จะนำมาเสนอในวันนี้นั่นคือ Nissan sunny รุ่นปี 1999-2001 ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นที่ออกแบบมาอย่างหรูมากเลยทีเดียวก็ว่าได้เมื่อเทียบกับคู่แข่ง สำหรับเรื่องการทรงตัวนั้นถือได้ว่าทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม มีความมั่นคงเมื่อใช้ความเร็วสูง (ไม่เกิน 140) และไม่ออกแบบมาให้นิ่มมากจนเกินไป ส่วนภายในนั้นถ้าหากเป็นรุ่นท๊ฮปจะให้เบาะหนังแท้และ ลายไม้ รวมทั้งอุปกรณ์ภายในที่ให้มาอย่างครบครับ ในเรื่องของความปลอดภัยนั้น Nissan sunny จะมี airbag+ABS มาให้เลือกสำหรับรุ่นท๊อป Nissan sunny นั้นจะออกมาด้วยเครื่องยนต์ที่ขนาด 1.6 ลิตร ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบว่าใครจะชอบเครื่องขนาดเท่าไร่ และเรื่องอัตราการบริโภคน้ำมันนั้น ก็อาจจะบริโภคมากกว่าคู่แข่งอย่างฮอนด้า ซีวิค สักหน่อย แต่หากวิ่งทางไกลและขับ 90-120 กิโลเมตร/ชม ก็จะทำให้มีอัตราการบริโภคน้ำมันที่ประหยัดขึ้น หากท่านเป็นคนที่มองหารถมือสองสักคันที่มีความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคากับคุณภาพแล้ว โดยไม่สนใจราคาขายต่อมือสอง Nissan sunny ก็อาจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ท่านน่าจะลองพิจารณาเป็นรถคู่ใจของท่านได้

Share/Save/Bookmark

“Toyota corolla สามห่วง ” รถยนต์ยอดฮิตในอดีต

September 10th, 2008 by titewat

Toyota เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่นับว่าทำตลาดในประเทศไทยได้อย่างยอดเยี่ยมซึ่งทำให้เป็นยี่ห้อที่อยู่อันดับต้นๆในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์สักคันของผู้บริโภค โตโยต้านั้นได้สร้างเอกลักษณ์ในเรื่องความคงทน ใช้งานได้นาน และรถมักจะไม่ค่อยมีอาการจุกจิกสักเท่าไร่ เรื่องราคาขายต่อนั้นแทบไม่ต้องเป็นห่วงเพราะนับว่ามีราคาขายต่อที่ดีไม่น้อยหน้าใครเลยทีเดียว สำหรับรถยนต์ที่ผมจะนำมาเสนอในวันนี้นั่นคือ Toyota corolla สามห่วง ซึ่งเป็นตัวที่ออกในปี 1992-1996 ก่อนที่จะเปลี่ยนโฉมมาเป็นรุ่นตูดเป็ด นับว่ามีการออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานในเมืองของคนรุ่นใหม่ เพราะมีขนาดตัวรถที่ไม่ใหญ่มากเกินไป อีกทั้งภายในยังกว้างขวางนั่งสบายอีกด้วย Toyota corolla สามห่วง มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 และ 1.3 ลิตร ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครชอบขนาดเท่าไร่ ซึ่งราคาก็จะต่างกันอย่างแน่นอน สำหรับ วันนี้ผมจะพูดถึงเจาะจงในเรื่องของ Toyota corolla สามห่วง รุ่นนี้เป็นรถยนต์ที่มีขนาด 1.6 ลิตรและมีอุปกรณ์ภายในมาให้อย่างครบ ไม่ว่าจะเป็น กระจกไฟฟ้า+มองข้างปรับไฟฟ้า ระบบปรับอากาศที่มีให้เลือกปรับอย่างมากมาย ส่วนเรื่องช่วงล่างนั้นมีความมั่นใจเมื่อใช้ความเร็วสูง(ไม่เกิน 120) บวกกับมีการเก็บเสียงที่ดี ด้วยราคาที่ไม่แพงนักในปัจจุบันตลาดมือสองราคานั้นจะอยู่ที่ประมาณ 160,000 - 240,000 ซึ่งขึ้นอยู่กับปีที่จดทะเบียน รุ่น และสภาพของรถ ส่วนเรื่องอัตราการบริโภคน้ำมันนั้น นับว่ามีอัตราที่ไม่กินจุเท่าไร่นักสำหรับการวิ่งในเมือง แต่หากวิ่งทางไกลก็จะมีอัตราการบริโภคน้ำมันที่น่าพอใจอย่างมากด้วยราคาในปัจจุบันเมื่อเทียบกับความคุ้มค่าที่ได้รับจาก Toyota corolla สามห่วง นั้น ก็นับว่าเป็นรถยนต์ที่น่าใช้อีกคันหนึ่งเลย หากท่านใดสนใจก็อาจจะหาดูรถได้ตามเต้นท์หรือตามผู้ชายรถมือสองก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามการซื้อรถมือสองนั้นสิ่งที่จำเป็นคือต้องดูสภาพให้ดีก่อนที่จะซื้อ หากท่านดูรถยนต์ไม่ค่อยเก่ง ก็ควรจะหาผู้ที่ดูรถเป็นไปช่วงท่านเลือกเพื่อที่จะได้รถมือสองที่มีสภาพดีมาให้ท่านเป็นเจ้าของ

Share/Save/Bookmark

MERCEDES-BENZ E-Class หรือที่เรียกว่ารุ่น”ไฟกลม”

September 8th, 2008 by titewat

MERCEDES-BENZ คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักนะครับ วันนี้ผมขอเสนอรถมือสองที่น่าสนใจอย่างมากในขณะนี้คือ MERCEDES-BENZ E-Class (W210) ซึ่ง E-Class นี้จะมีรุ่นที่ออกจำหน่ายมามากมาย เช่นรุ่น E200 E220 E280 E500 และบอดี้นี้ก็ได้มีการจำหน่ายออกจำหน่ายตั้งแต่ ปี1996-1999 เลยทีเดียว รถยนต์รุ่นนี้ นับว่าเป็นรถยนต์รุ่นกลางของค่าย MERCEDES-BENZ เรื่องสมรรถนะทางด้านการขับขี่และเครื่องยนต์ไม่ต้องเป็นห่วง คืออยู่ในระดับเยี่ยมสำหรับรถยนต์ ถึงแม่ว่าในปัจจุบันอาจจะตกรุ่นไปแล้ว แต่เรื่องสมรรถนะนับว่าไม่เป็นรองรถยนต์ในปัจจุบันเลยทีเดียว วันนี้ผมขอเสนอ MERCEDES-BENZ รุ่น E230 ซึ่งจะขอบอกไว้ก่อนว่าบอดี้ W210 หรือที่เรียกว่า รุ่นไฟกลม คือพวก E230 E280 E240 พวกนี้ และE230 ที่จะนำมาเสนอวันนี้มีเครื่องยนต์ขนาด 2300cc และมีออพชั่นแตกต่างกันไปในแต่ละคัน รถยนต์รุ่นนี้หากใช้ในเมืองจะมีอัตราการกินน้ำมันอยู่ที่ 7-9 กิโลเมตร/ลิตร แล้วแต่การขับขี่และสภาพเครื่องยนต์ ส่วนถ้าขับทางไกลความเร็วคงที่ (90-120) อัตราการกินน้ำมันจะอยู่ที่ 9-11 กิโลเมตร/ลิตร ส่วนเรื่องสมรรถนะการขับขี่มีการทรงตัวเป็นเยี่ยมช่วงล่างนิ่มมาก และยังมีการเก็บเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสารได้ดีเมื่อใช้ความเร็วสูง รถยนต์ MERCEDES-BENZ E-Class นับว่าเป็นรถที่อยู่ในความต้องการของตลาดอย่างมากเพราะราคาค่าตัวตอนนี้อยู่ระดับที่ถือว่าถูกเมื่อเที่ยวกับความคุ้มค่า คือจะอยู่ในช่วงประมาณ 850,000 – 1,000,000 ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับรุ่น สภาพ และปีของรถครับ ปัจจุบันมีผู้ที่ใช้รถยนต์รุ่นนี้จำนวนมากที่หันไปหาพลังงานทางเลือกคือ หันไปติด แก๊ส LPG , NGV ซึ่งรถร่นนี้สามารถใช้แก๊สได้อย่างไม่มีปัญหา และยังทำให้ประหยัดเงินผลต่างระหว่างการเติมแก๊สและเติมน้ำมันอีกด้วย

Share/Save/Bookmark

Honda city TYPE Z อีกหนึ่งคันที่น่าสนใจ

September 7th, 2008 by titewat

Honda city เป็นรถตลาดขนาดเล็กที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่งซึ่งเข้ากับสภาวะน้ำมันแพงในปัจจุบัน Honda city นั้นได้เผยโฉมออกมาให้ชาวโลกได้เห็นกันตั้งแต่ปี 1996 จนถึงปัจจุบัน นับว่าเป็นรถขนาดเล็กของค่าย Honda ซึ่งออกมาเพื่อเจาะกลุ่มตลาดวัยรุ่นและตลาดผู้ที่มีรายได้ไม่มากนักก็พอที่จะหาซื้อมาใช้ได้ วันนี้ผมจะขอเสนอ Honda city โฉมตัวที่ออกตั้งแต่ปี 1999 ในปี 1999 ได้มีการเปิดตัว Honda city โฉมใหม่ซึ่งมีรูปทรงที่ทันสมัยขึ้นอย่างมากอีกทั้งให้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาอย่างครบครัน เช่น กระจกไฟฟ้า เซ็นทรัลล๊อค และระบบปรับอากาศที่มามาให้ปรับอย่างมากมาย ซึ่งออกมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรที่มีความเงียบและประหยัดอย่างมาก บวกกับมาพร้อมกับเกียร์ซึ่งสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างนุ่มนวลในระบบเกียร์อัตโนมัติ และมีการออกเครื่องยนต์ v-tec ตามมาในช่วงปี 2001 นอกจากนี้ระบบช่วงล่างยังเซ็ตมาได้ดี ไม่แข็งหรือนิ่มจนเกินไป ใช้ได้ดีในความเร็วที่ไม่สูงมากนักซึ่งก็เป็นปกติของรถขนาดเล็กอย่าง Honda city อยู่แล้ว เมื่อเทียบความคุ้มค่าของราคา ณ ปัจจุบัน กับวัสดุอุปกรณ์ที่ Honda city typeZ ให้มานั้นนับว่ามีราคาไม่แพงเลย ซึ่งราคามือสองของรถยนต์ Honda city TYPE Z นั้นจะอยู่ที่ช่วง 270,000 - 300,000 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพและปีที่ผลิต ส่วนในเรื่องของการบริโภคน้ำมันนั้นถือว่าประหยัดมากเมื่อดูจากข้อมูลดังนี้ เมื่อใช้วิ่งในเมืองปกติจะอยู่ที่ 10-13 กิโลเมตร/ลิตร และวิ่งทางไกล (90-120) จะอยู่ที่ 17-19 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งจะขึ้นอยู่กับลักษณะการขับขี่ด้วย ในปัจจุบันมีผู้ใช้หลายท่านที่นำ Honda city เปลี่ยนใช้พลังงานทางเลือกคือ GAS : LPG , NGV ซึ่งก็เป็นรถยนต์อีกหนึ่งรุ่นที่สามารถใช้แก๊สได้อย่างไม่มีปัญหาอีกเช่นกันหากท่านสนใจรถยนต์รุ่นนี้ท่านสามารถหาชมได้ตามเต้นท์หรือผู้ใช้ที่จะขายต่อมือสองได้ แต่ที่สำคัญ ควรศึกษาดูสภาพตัวถึง เครื่องยนต์ และอื่นๆประกอบการตัดสินใจด้วย ซึ่งรถที่มีสภาพสวยก็อาจมีราคาที่แพงตามไปด้วย

Share/Save/Bookmark

“Mitsubishi Lancer E-car” ความนิยมไม่เคยห่างหาย

September 6th, 2008 by titewat

เรื่องของ Mitsubishi นับว่าเป็นอีกยี่ห้อที่ได้รับความนิยมไม่น้อยในประเทศไทยซึ่ง รุ่นที่สามารถสร้างชื่อเสียงได้มากที่สุดคือ รุ่นที่มีชื่อเรียกว่า Mitsubishi Lancer E-car ซึ่งนับว่าเป็นรุ่นที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ Mitsubishi อย่างมาก และหลังจากนั้นก็มีการออกรุ่นๆต่อๆมาเรื่อยๆแต่ก็ไม่สามารถสร้างชื่อเสียงได้มากเท่าตัว Mitsubishi Lancer E-car ดังนั้นวันนี้ผมจึงขอเสนอ Mitsubishi Lancer ที่เรียกกันว่า รุ่น E-car ซึ่งจะออกมาในประมาณปี 1992-1996 เป็นต้นไป Mitsubishi Lancer E-car เป็นรถที่มีขนาดกลางกึ่งๆไปทางเล็กแต่ราคานั้นก็เกือบจะเท่ารถเล็กเลยก็ว่าได้เพียงแต่อาจจะแพงกว่าเล็กน้อย หรือเท่ากับรถเล็กในรุ่น ท๊อป ส่วนในเรื่องอุปกรณ์มาตราฐานนั้น นับว่าให้มาอย่างพอตัวเลยแต่ถ้าเทียบกับคู่แข่งอย่าง Honda Civic หรือ Toyota corolla ก็ยังนับว่าให้น้อยไป แต่ก็ชดเชยด้วยราคาที่เปิดตัวถูกกว่าคู่แข่ง จุดเด่นของ Mitsubishi Lancer E-car คือการให้อุปกรณ์เท่าที่จำเป็นในการใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่งก็ถือว่าพอสมควรแล้วในยุดนั้น และมีราคามือสองอยู่ที่ราวๆ 120, 000- 150,000 ซึ่งขึ้นอยู่กับปีและสภาพของตัวรถ หากท่านใดสนใจที่จะดูรถตัวจริงสามารถหาดูได้ตามเต็นท์หรือตามที่ผู้ขายรถมือสองก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามการเลือกซื้อรถมือสองนั้นก็ควรจะเลือกให้ดีอีกทั้งรถ Mitsubishi Lancer E-car เริ่มมีอายุมาก ถ้าหากท่านใดได้รถที่สภาพดีก็ถือว่าโชคดีมาก

Share/Save/Bookmark

S280 หรูหรามีระดับน่าจับจอง

September 5th, 2008 by titewat

ถ้าพูดถึงรถยนต์ยี่ห้อ MERCEDES-BENZ คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักนะครับ วันนี้ผมขอเสนอรถมือสองที่น่าสนใจอย่างมากในขณะนี้คือ MERCEDES-BENZ S-Class ซึ่ง S-Class นี้จะมีรุ่นที่ออกจำหน่ายมามากมาย เช่นรุ่น S280 S320 S500 และออกจำหน่ายตั้งแต่ ปี2001-2006 เลยทีเดียว รถยนต์รุ่นนี้ นับว่าเป็นรถยนต์รุ่นใหญ่ของค่าย MERCEDES-BENZ เรื่องสมรรถนะทางด้านการขับขี่และเครื่องยนต์ไม่ต้องเป็นห่วง คือสุดยอดมากๆสำหรับรถยนต์ ถึงแม่ว่าในปัจจุบันเพิ่งจะตกรุ่นไปไม่นานนี้ แต่เรื่องสมรรถนะยังรนับว่าดีเยี่ยมมากกว่ารถญี่ปุ่นอยู่หลายเท่า วันนี้ผมขอเสนอ MERCEDES-BENZ รุ่น S280 ซึ่งเครื่องยนต์ขนาด 2800cc และมีออพชั่นแตกต่างกันไปในแต่ละคัน รถยนต์รุ่นนี้หากใช้ในเมืองจะมีอัตราการกินน้ำมันอยู่ที่ 5-7 กิโลเมตร/ลิตร แล้วแต่การขับขี่และสภาพเครื่องยนต์ ส่วนถ้าขับทางไกลความเร็วคงที่ (90-120) อัตราการกินน้ำมันจะอยู่ที่ 9-11 กิโลเมตร/ลิตร ส่วนเรื่องสมรรถนะการขับขี่มีการทรงตัวเป็นเยี่ยมช่วงล่างนิ่มมาก และยังมีการเก็บเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสารได้ดีเมื่อใช้ความเร็วสูง รถยนต์ MERCEDES-BENZ S-Class นับว่าเป็นรถที่อยู่ในความต้องการของตลาดอย่างมากเพราะราคาค่าตัวตอนนี้อยู่ระดับที่ถือว่าถูกเมื่อเที่ยวกับความคุ้มค่า คือจะอยู่ในช่วงประมาณ 2,300,000 – 5,00,000 ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับรุ่น สภาพ และปีของรถครับ ปัจจุบันมีผู้ที่ใช้รถยนต์รุ่นนี้จำนวนมากที่หันไปหาพลังงานทางเลือกคือ หันไปติด แก๊ส LPG , NGV ซึ่งรถร่นนี้สามารถใช้แก๊สได้อย่างไม่มีปัญหา และยังทำให้ประหยัดเงินผลต่างระหว่างการเติมแก๊สและเติมน้ำมันอีกด้วย

Share/Save/Bookmark

“Nissan cefiro” อีกหนึ่งรุ่นที่น่าลอง

September 4th, 2008 by titewat

Nissan เป็นอีกยี่ห้อที่ติดตลาดในประเทศมาแต่ยาวนาน ด้วยชื่อเสียงทางด้านความคงทนของรถยนต์และคุณภาพที่ให้มาเกินราคา แต่ถ้าหากจะเทียบกับคู่แข่งในตลาดนั้นก็ยังพบว่านิสสันอาจจะด้อยกว่าคู่แข่งตรงที่ผู้บริโภคยังติดอยู่กับยี่ห้อดังๆเพียงสองสามยี่ห้อเช่น ฮอนด้า ยี่ห้อดังที่ได้กล่าวมาหรือ โตโยต้า เป็นต้น จึงทำให้มีผลต่อราคาขายต่อมือสองซึ่งจะตกเร็วกว่า สองยิ่งถ้าเป็นรุ่นใหญ่ๆที่มีราคาแพง ยิ่งดูเหมือนจะตกไวมากอย่าง เซฟิโร่
สำหรับรถยนต์ที่จะนำมาเสนอในวันนี้นั่นคือ Nissan cefiro รุ่นปี 1996-2000 ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นที่ออกแบบมาอย่างหรูเมื่อเทียบกับคู่แข่ง สำหรับเรื่องการทรงตัวนั้นถือได้ว่าทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม มีความมั่นคงเมื่อใช้ความเร็วสูง (ไม่เกิน 140) และไม่ออกแบบมาให้นิ่มมากจนเกินไป ส่วนภายในนั้นถ้าหากเป็นรุ่นท๊ฮปจะให้เบาะหนังแท้ปรับไฟฟ้าและ ลายไม้ ม่านหลังไฟฟ้า รวมทั้งอุปกรณ์ภายในที่ให้มาอย่างครบครับ ในเรื่องของความปลอดภัยนั้น Nissan cefiro จะมี airbag+ABS มาให้ด้วยNissan cefiro นั้นจะออกมาด้วยเครื่องยนต์ที่มีให้เลือก 2 แบบคือ 2.0 และ 3.0 ลิตร ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบว่าใครจะชอบเครื่องขนาดเท่าไร่ และเรื่องอัตราการบริโภคน้ำมันนั้น ก็อาจจะบริโภคมากกว่าคู่แข่งอย่างฮอนด้า สักหน่อย แต่หากวิ่งทางไกลและขับ 90-120 กิโลเมตร/ชม ก็จะทำให้มีอัตราการบริโภคน้ำมันที่ประหยัดขึ้น
หากท่านเป็นคนที่มองหารถมือสองสักคันที่มีความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคากับคุณภาพแล้ว โดยไม่สนใจราคาขายต่อมือสอง N Nissan cefiro ก็อาจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ท่านน่าจะลองพิจารณาเป็นรถคู่ใจของท่านได้

Share/Save/Bookmark

“Toyota soluna” รถยนต์ยอดประหยัดน้ำมัน

September 3rd, 2008 by titewat

สำหรับรถยนต์ที่ผมจะนำมาเสนอในวันนี้นั่นคือ Toyota soluna  ซึ่งเป็นตัวที่ออกในปี 2000-2003  หรือเป็นรุ่นที่เรียกว่ารุ่นหยดน้ำ นับว่ามีการออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานในเมืองของคนรุ่นใหม่ เพราะมีขนาดตัวรถเล็กกระทัดรัด Toyota soluna มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร วันนี้ผมจะพูดถึงเจาะจงในเรื่องของ Toyota soluna 1.5S แล้วกันนะครับ เพราะเป็นรถยนต์ที่นับว่าเป็นรุ่นmท๊อปของ Toyota soluna รุ่นนี้เป็นรถยนต์ที่มีขนาด 1.5 ลิตรและมีอุปกรณ์ภายในมาให้อย่างครบ ไม่ว่าจะเป็น กระจกไฟฟ้า+มองข้างปรับไฟฟ้า ระบบปรับอากาศที่มีให้เลือกปรับอย่างมากมาย และระบบความปลอดภัยที่ให้ Airbag+ABS มาด้วย จึงทำให้เพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว และจุดเด่นที่สำคัญคือ มีไมล์ดิจิตอลซึ่งดูแล้วก็ทันสมัยมาก ส่วนเรื่องช่วงล่างนั้นมีความมั่นใจเมื่อใช้ความเร็วสูง(ไม่เกิน 140) บวกกับมีการเก็บเสียงที่ดี ด้วยราคาที่ไม่แพงนักในปัจจุบันตลาดมือสองราคานั้นจะอยู่ที่ประมาณ 280,000 - 330,000 ซึ่งขึ้นอยู่กับปีที่จดทะเบียน รุ่น และสภาพของรถ ส่วนเรื่องอัตราการบริโภคน้ำมันนั้น นับว่ามีอัตราที่ไม่กินจุเท่าไร่นักสำหรับการวิ่งในเมือง แต่หากวิ่งทางไกลก็จะมีอัตราการบริโภคน้ำมันที่น่าพอใจอย่างมาก
ด้วยราคาในปัจจุบันเมื่อเทียบกับความคุ้มค่าที่ได้รับจาก Toyota soluna นั้น ก็นับว่าเป็นรถยนต์ที่น่าใช้อีกคันหนึ่งเลย หากท่านใดสนใจก็อาจจะหาดูรถได้ตามเต้นท์หรือตามผู้ชายรถมือสองก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามการซื้อรถมือสองนั้นสิ่งที่จำเป็นคือต้องดูสภาพให้ดีก่อนที่จะซื้อ หากท่านดูรถยนต์ไม่ค่อยเก่ง ก็ควรจะหาผู้ที่ดูรถเป็นไปช่วงท่านเลือกเพื่อที่จะได้รถมือ

Share/Save/Bookmark