Archive for August, 2008

Honda Civic ที่เรียกว่ารุ่นตาโต น่าใช้จริงไหม

Sunday, August 31st, 2008

มาถึงรถอีกคันที่นัวว่าน่าสนใจในขณะนี้เลย คือ Honda civic ตาโต ซึ่งถ้าว่ากันด้วยเรื่องของสภาพวะน้ำมันแพงในปัจจุบันทำให้มีผู้หันมาสนใจรถขนาดกลางและรถขนาดเล็กกันมากขึ้น ทำให้ Honda Civic ที่เรียกว่ารุ่นตาโต เป็นรถที่น่าสนใจอีกรุ่นหนึ่งเลยก็ว่าได้ ด้วยราคามือสองที่นับว่าลงมาเยอะแล้วเมื่อยิ่งเทียบราคากับคุณภาพทำให้ยิ่งรู้สึกว่าคุ้มค่ามากในราคาขนาดนี้ อีกทั้ง Honda Civic ตาโต ยังไม่นับว่าเป็นรถที่เก่ามากเกินไป ถ้าหากซื้อมาแล้ว ก็ยังไม่ต้องบูรณะมากนัก ถ้าโชคดีได้คันทีสภาพดีๆก็นับว่าได้ของดีไปใช้เลย Honda Civic ตาโต เป็นรถที่ออกมาตั้งแต่ปี 1996-2000 ซึ่งก็นับว่ามีออพชั่นมาให้ครบเลยทีเดียว เรื่องช่วงล่าง เซ็ตมาค่อนข้างดีเมื่อใช้ความเร็วไม่สูงมากนัก การเก็บเสียงอยู่ในระดับใช้ได้ ส่วนอุปกรณ์ที่ให้มาก็จะแล้วแต่รุ่นที่เลือก ซึ่งก็จะมี กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า กระจกไฟฟ้า ระบบปรับอากาศที่ให้มาอย่างครบครัน รุ่นนี้นับว่าเป็นรุ่นที่มีการออกแบบเกียร์มาอย่างนิ่มนวลเมื่อเปลี่ยนทีก็แทบจะไม่รู้สึกเลยก็ว่าได้ ส่วนเรื่องอัตราการกินน้ำมันนั้น นับว่าเป็นรถยนต์อีกรุ่นที่มีความประหยัดมากเลยทีเดียว ทั้งวิ่งในเมืองและวิ่งนอกเมือง ในเมืองจะอยู่ที่ประมาณ 9-11 กิโลเมตร/ลิตร (แล้วแต่การขับขี่และสภาพการจราจร) ส่วนเรื่องของวิ่งต่างจังหวัดจะทำให้ได้อัตราการบริโภคน้ำมันที่อยู่ราวๆ 12-17 กิโลเมตร/ลิตร จากที่กล่าวรายละเอียดมาทั้งหมดหากใครสนใจก็สามารถไปดูรถจริงๆได้ที่เต้นท์หรือ ตามผู้ขายรถมือสองก็ได้

Share/Save/Bookmark

Toyota corolla HI-TORQUE อีกตัวที่น่าลอง

Saturday, August 30th, 2008

Toyota เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่นับว่าทำตลาดในประเทศไทยได้อย่างยอดเยี่ยมซึ่งทำให้เป็นยี่ห้อที่อยู่อันดับต้นๆในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์สักคันของผู้บริโภค โตโยต้านั้นได้สร้างเอกลักษณ์ในเรื่องความคงทน ใช้งานได้นาน และรถมักจะไม่ค่อยมีอาการจุกจิกสักเท่าไร่ เรื่องราคาขายต่อนั้นแทบไม่ต้องเป็นห่วงเพราะนับว่ามีราคาขายต่อที่ดีไม่น้อยหน้าใครเลยทีเดียว
สำหรับรถยนต์ที่ผมจะนำมาเสนอในวันนี้นั่นคือ Toyota corolla HI-TORQUE ซึ่งเป็นตัวที่ออกในปี 1998-2001 ก่อนที่จะเปลี่ยนโฉมมาเป็นAltis นับว่ามีการออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานในเมืองของคนรุ่นใหม่ เพราะมีขนาดตัวรถที่ไม่ใหญ่มากเกินไป อีกทั้งภายในยังกว้างขวางนั่งสบายอีกด้วย Toyota corolla HI-TORQUE มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 และ 1.8 ลิตร ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครชอบขนาดเท่าไร่ ซึ่งราคาก็จะต่างกันอย่างแน่นอน สำหรับ วันนี้ผมจะพูดถึงเจาะจงในเรื่องของ Toyota corolla HI-TORQUE รุ่นนี้เป็นรถยนต์ที่มีขนาด 1.6 ลิตรและมีอุปกรณ์ภายในมาให้อย่างครบ ไม่ว่าจะเป็น กระจกไฟฟ้า+มองข้างปรับไฟฟ้า ระบบปรับอากาศที่มีให้เลือกปรับอย่างมากมาย และระบบความปลอดภัยที่ให้ Airbag+ABS มาด้วย จึงทำให้เพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนเรื่องช่วงล่างนั้นมีความมั่นใจเมื่อใช้ความเร็วสูง(ไม่เกิน 140) บวกกับมีการเก็บเสียงที่ดีเยี่ยม ด้วยราคาที่ไม่แพงนักในปัจจุบันตลาดมือสองราคานั้นจะอยู่ที่ประมาณ 260,000 - 340,000 ซึ่งขึ้นอยู่กับปีที่จดทะเบียน รุ่น และสภาพของรถ ส่วนเรื่องอัตราการบริโภคน้ำมันนั้น นับว่ามีอัตราที่ไม่กินจุเท่าไร่นักสำหรับการวิ่งในเมือง แต่หากวิ่งทางไกลก็จะมีอัตราการบริโภคน้ำมันที่น่าพอใจอย่างมาก
ด้วยราคาในปัจจุบันเมื่อเทียบกับความคุ้มค่าที่ได้รับจาก Toyota corolla HI-TORQUE นั้น ก็นับว่าเป็นรถยนต์ที่น่าใช้อีกคันหนึ่งเลย หากท่านใดสนใจก็อาจจะหาดูรถได้ตามเต้นท์หรือตามผู้ชายรถมือสองก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามการซื้อรถมือสองนั้นสิ่งที่จำเป็นคือต้องดูสภาพให้ดีก่อนที่จะซื้อ หากท่านดูรถยนต์ไม่ค่อยเก่ง ก็ควรจะหาผู้ที่ดูรถเป็นไปช่วงท่านเลือกเพื่อที่จะได้รถมือสองที่มีสภาพดีมาให้ท่านเป็นเจ้าของ\

Share/Save/Bookmark

รถขนาดเล็กที่น่ามอง “Mitsubishi Lancer ท้ายเบนซ์’

Friday, August 29th, 2008

เรื่องของ Mitsubishi นับว่าเป็นอีกยี่ห้อที่ได้รับความนิยมไม่น้อยในประเทศไทยซึ่ง รุ่นที่สามารถสร้างชื่อเสียงได้มากที่สุดคือ รุ่นที่มีชื่อเรียกว่า Mitsubishi Lancer E-car ซึ่งนับว่าเป็นรุ่นที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ Mitsubishi อย่างมาก และหลังจากนั้นก็มีการออกรุ่นๆต่อๆมีกเรื่อยจนกระทั้งถึง รุ่น Mitsubishi Lancer ที่เรียกกันว่า รุ่น ท้ายเบนซ์ ซึ่งจะออกมาในประมาณปี 1996 เป็นต้นไป
Mitsubishi Lancer ท้ายเบนซ์ ก่อนอื่นก็คงจะกล่าวก่อนว่าทำไมถึงได้ชื่อนี้มา ก็คงจะเป็นเพราะ ไฟท้ายที่ตอนสมัยนั้นทำได้คล้าย เบนซ์ ซีคลาสมากๆ เป็นรถที่มีขนาดกลางกึ่งๆไปทางเล็กแต่ราคานั้นก็เกือบจะเท่ารถเล็กเลยก็ว่าได้เพียงแต่อาจจะแพงกว่าเล็กน้อย หรือเท่ากับรถเล็กในรุ่น ท๊อป ส่วนในเรื่องอุปกรณ์มาตราฐานนั้น นับว่าให้มาอย่างพอตัวเลยแต่ถ้าเทียบกับคู่แข่งอย่าง Honda Civic หรือ Toyota corolla ก็ยังนับว่าให้น้อยไป แต่ก็ชดเชยด้วยราคาที่เปิดตัวถูกกว่าคู่แข่ง จุดเด่นของ Mitsubishi Lancer ท้ายเบนซ์ คือการให้อุปกรณ์เท่าที่จำเป็นแต่ไม่ขาด เช่น พวกระบบปรับอากาศทั้งหลายถึงจะมีน้อยกว่าคู่แข่ง แต่ก็ถือว่าให้มาพอสำหรับการใช้งานในชึวิตประจำวันหากท่านใดสนใจที่จะดูรถตัวจริงสามารถหาดูได้ตามเต้นท์หรือตามที่ผู้ขายรถมือสองก็ได้

Share/Save/Bookmark

รถใหญ่ที่น่าลอง “Nissan cefiro “

Thursday, August 28th, 2008

Nissan เป็นอีกยี่ห้อที่ติดตลาดในประเทศมาแต่ยาวนาน ด้วยชื่อเสียงทางด้านความคงทนของรถยนต์และคุณภาพที่ให้มาเกินราคา แต่ถ้าหากจะเทียบกับคู่แข่งในตลาดนั้นก็ยังพบว่านิสสันอาจจะด้อยกว่าคู่แข่งตรงที่ผู้บริโภคยังติดอยู่กับยี่ห้อดังๆเพียงสองสามยี่ห้อเช่น ฮอนด้า ยี่ห้อดังที่ได้กล่าวมาหรือ โตโยต้า เป็นต้น จึงทำให้มีผลต่อราคาขายต่อมือสองซึ่งจะตกเร็วกว่า สองยิ่งถ้าเป็นรุ่นใหญ่ๆที่มีราคาแพง ยิ่งดูเหมือนจะตกไวมากอย่าง เซฟิโร่
สำหรับรถยนต์ที่จะนำมาเสนอในวันนี้นั่นคือ Nissan cefiro รุ่นปี 2001-2004 ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นที่ออกแบบมาอย่างหรูมากเลยทีเดียวก็ว่าได้เมื่อเทียบกับคู่แข่ง สำหรับเรื่องการทรงตัวนั้นถือได้ว่าทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม มีความมั่นคงเมื่อใช้ความเร็วสูง (ไม่เกิน 140) และไม่ออกแบบมาให้นิ่มมากจนเกินไป ส่วนภายในนั้นถ้าหากเป็นรุ่นท๊ฮปจะให้เบาะหนังแท้ปรับไฟฟ้าและ ลายไม้ ม่านหลังไฟฟ้า รวมทั้งอุปกรณ์ภายในที่ให้มาอย่างครบครับ ในเรื่องของความปลอดภัยนั้น Nissan cefiro จะมี airbag+ABS มาให้ด้วย
Nissan cefiro นั้นจะออกมาด้วยเครื่องยนต์ที่มีให้เลือก 2 แบบคือ 2.0 และ 3.0 ลิตร ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบว่าใครจะชอบเครื่องขนาดเท่าไร่ และเรื่องอัตราการบริโภคน้ำมันนั้น ก็อาจจะบริโภคมากกว่าคู่แข่งอย่างฮอนด้า สักหน่อย แต่หากวิ่งทางไกลและขับ 90-120 กิโลเมตร/ชม ก็จะทำให้มีอัตราการบริโภคน้ำมันที่ประหยัดขึ้น
หากท่านเป็นคนที่มองหารถมือสองสักคันที่มีความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคากับคุณภาพแล้ว โดยไม่สนใจราคาขายต่อมือสอง N Nissan cefiro ก็อาจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ท่านน่าจะลองพิจารณาเป็นรถคู่ใจของท่านได้

Share/Save/Bookmark

รถเล็กของค่ายโตโยต้า “Toyota vios”

Wednesday, August 27th, 2008

Toyota เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่นับว่าทำตลาดในประเทศไทยได้อย่างยอดเยี่ยมซึ่งทำให้เป็นยี่ห้อที่อยู่อันดับต้นๆในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์สักคันของผู้บริโภค โตโยต้านั้นได้สร้างเอกลักษณ์ในเรื่องความคงทน ใช้งานได้นาน และรถมักจะไม่ค่อยมีอาการจุกจิกสักเท่าไร่ เรื่องราคาขายต่อนั้นแทบไม่ต้องเป็นห่วงเพราะนับว่ามีราคาขายต่อที่ดีไม่น้อยหน้าใครเลยทีเดียว
สำหรับรถยนต์ที่ผมจะนำมาเสนอในวันนี้นั่นคือ Toyota vios ซึ่งเป็นตัวที่ออกในปี 2003-2007 นับว่ามีการออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานในเมืองของคนรุ่นใหม่ เพราะมีขนาดตัวรถเล็กกระทัดรัด Toyota Vios มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร วันนี้ผมจะพูดถึงเจาะจงในเรื่องของ Toyota vios 1.5S แล้วกันนะครับ เพราะเป็นรถยนต์ที่นับว่าเป็นรุ่นmท๊อปของ Toyota vios รุ่นนี้เป็นรถยนต์ที่มีขนาด 1.5 ลิตรและมีอุปกรณ์ภายในมาให้อย่างครบ ไม่ว่าจะเป็น กระจกไฟฟ้า+มองข้างปรับไฟฟ้า ระบบปรับอากาศที่มีให้เลือกปรับอย่างมากมาย และระบบความปลอดภัยที่ให้ Airbag+ABS มาด้วย จึงทำให้เพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว และจุดเด่นที่สำคัญคือ มีไมล์ดิจิตอลซึ่งดูแล้วก็ทันสมัยมาก ส่วนเรื่องช่วงล่างนั้นมีความมั่นใจเมื่อใช้ความเร็วสูง(ไม่เกิน 140) บวกกับมีการเก็บเสียงที่ดี ด้วยราคาที่ไม่แพงนักในปัจจุบันตลาดมือสองราคานั้นจะอยู่ที่ประมาณ 350,000 - 460,000 ซึ่งขึ้นอยู่กับปีที่จดทะเบียน รุ่น และสภาพของรถ ส่วนเรื่องอัตราการบริโภคน้ำมันนั้น นับว่ามีอัตราที่ไม่กินจุเท่าไร่นักสำหรับการวิ่งในเมือง แต่หากวิ่งทางไกลก็จะมีอัตราการบริโภคน้ำมันที่น่าพอใจอย่างมาก
ด้วยราคาในปัจจุบันเมื่อเทียบกับความคุ้มค่าที่ได้รับจาก Toyota vios นั้น ก็นับว่าเป็นรถยนต์ที่น่าใช้อีกคันหนึ่งเลย หากท่านใดสนใจก็อาจจะหาดูรถได้ตามเต้นท์หรือตามผู้ชายรถมือสองก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามการซื้อรถมือสองนั้นสิ่งที่จำเป็นคือต้องดูสภาพให้ดีก่อนที่จะซื้อ หากท่านดูรถยนต์ไม่ค่อยเก่ง ก็ควรจะหาผู้ที่ดูรถเป็นไปช่วงท่านเลือกเพื่อที่จะได้รถมือ

Share/Save/Bookmark

MERCEDES-BENZ S-Class สุดยอดแห่งการขับขี่

Tuesday, August 26th, 2008

ถ้าพูดถึงรถยนต์ยี่ห้อ MERCEDES-BENZ คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักนะครับ  วันนี้ผมขอเสนอรถมือสองที่น่าสนใจอย่างมากในขณะนี้คือ   MERCEDES-BENZ S-Class  ซึ่ง S-Class นี้จะมีรุ่นที่ออกจำหน่ายมามากมาย เช่นรุ่น S280  S320  S500  S600 และออกจำหน่ายตั้งแต่ ปี1992-2000 เลยทีเดียว  รถยนต์รุ่นนี้ นับว่าเป็นรถยนต์รุ่นใหญ่ของค่าย MERCEDES-BENZ เรื่องสมรรถนะทางด้านการขับขี่และเครื่องยนต์ไม่ต้องเป็นห่วง  คือสุดยอดมากๆสำหรับรถยนต์ ถึงแม่ว่าในปัจจุบันอาจจะตกรุ่นไปแล้ว แต่เรื่องสมรรถนะนับว่าไม่เป็นรองรถยนต์ในปัจจุบันเลยทีเดียว   วันนี้ผมขอเสนอ MERCEDES-BENZ  รุ่น S320 ซึ่งเครื่องยนต์ขนาด 3200cc และมีออพชั่นแตกต่างกันไปในแต่ละคัน  รุ่นนี้นั้นจะมีทั้งตัวที่ประกอบในและประกอบนอก ซึ่งจะได้เห็นดังตัวอย่างที่จะยกต่อไปนี้ จากภายนอก คือตัวประกอบนอกจะมีซันรูฟ และมีที่ปัดน้ำฝนตรงไฟหน้า เป็นต้น  รถยนต์รุ่นนี้หากใช้ในเมืองจะมีอัตราการกินน้ำมันอยู่ที่ 4-7 กิโลเมตร/ลิตร แล้วแต่การขับขี่และสภาพเครื่องยนต์ ส่วนถ้าขับทางไกลความเร็วคงที่ (90-120) อัตราการกินน้ำมันจะอยู่ที่ 9-11 กิโลเมตร/ลิตร  ส่วนเรื่องสมรรถนะการขับขี่มีการทรงตัวเป็นเยี่ยมช่วงล่างนิ่มมาก  และยังมีการเก็บเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสารได้ดีเมื่อใช้ความเร็วสูง รถยนต์ MERCEDES-BENZ S-Class นับว่าเป็นรถที่อยู่ในความต้องการของตลาดอย่างมากเพราะราคาค่าตัวตอนนี้อยู่ระดับที่ถือว่าถูกเมื่อเที่ยวกับความคุ้มค่า คือจะอยู่ในช่วงประมาณ 750,000 - 900,000 ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับรุ่น  สภาพ และปีของรถครับ     ปัจจุบันมีผู้ที่ใช้รถยนต์รุ่นนี้จำนวนมากที่หันไปหาพลังงานทางเลือกคือ หันไปติด แก๊ส LPG , NGV ซึ่งรถร่นนี้สามารถใช้แก๊สได้อย่างไม่มีปัญหา และยังทำให้ประหยัดเงินผลต่างระหว่างการเติมแก๊สและเติมน้ำมันอีกด้วย

Share/Save/Bookmark

แสบตัวเล็กกับ Honda Jazz

Monday, August 25th, 2008

เพิ่งจะตกรุ่นไปเมื่อไม่นานนี้กับรถยนต์ขนาดเล็ก Honda Jazz เป็นรถตลาดขนาดเล็กอีกตัวที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่งซึ่งเข้ากับสภาวะน้ำมันแพงในปัจจุบัน Honda jazz นั้นได้เผยโฉมออกมาให้ชาวโลกได้เห็นกันตั้งแต่ปี 2004 จนถึงปัจจุบัน นับว่าเป็นรถขนาดเล็กของค่าย Honda ซึ่งออกมาเพื่อเจาะกลุ่มตลาดวัยรุ่นและตลาดผู้ที่มีรายได้ไม่มากนักก็พอที่จะหาซื้อมาใช้ได้
วันนี้ผมจะขอเสนอ Honda Jazz มีรูปทรงที่ทันสมัย อีกทั้งให้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาอย่างครบครัน เช่น กระจกไฟฟ้า เซ็นทรัลล๊อค และระบบปรับอากาศที่มามาให้ปรับอย่างมากมาย พร้อมทั้งออกเครื่อยยนต์ที่เคยใช้ใช้ Honda city มาก่อนนั่นคือเครื่องยนต์ idsi ซึ่งนับว่าเป็นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรที่มีความเงียบและประหยัดอย่างมาก บวกกับมาพร้อมกับเกียร์ CVT ซึ่งสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างนุ่มนวลแทบไม่รู้สึก ในระบบเกียร์อัตโนมัติ และมีการออกเครื่องยนต์ v-tec ให้เป็นตัวเลือกอีกด้วย นอกจากนี้ระบบช่วงล่างยังเซ็ตมาได้ดี ไม่แข็งหรือนิ่มจนเกินไป ใช้ได้ดีในความเร็วที่ไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบความคุ้มค่าของราคา ณ ปัจจุบัน กับวัสดุอุปกรณ์ที่ Honda Jazz ให้มานั้นนับว่ามีราคาไม่แพงเลย ซึ่งราคามือสองของรถยนต์ Honda Jazz ปี2004-2007 นั้นจะอยู่ที่ช่วง 390,000 - 550,000 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพและปีที่ผลิต ส่วนในเรื่องของการบริโภคน้ำมันนั้นถือว่าประหยัดมากเมื่อดูจากข้อมูลดังนี้ เมื่อใช้วิ่งในเมืองปกติจะอยู่ที่ 10-13 กิโลเมตร/ลิตร และวิ่งทางไกล (90-120) จะอยู่ที่ 17-19 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งจะขึ้นอยู่กับลักษณะการขับขี่ด้วย
หากท่านสนใจรถยนต์รุ่นนี้ท่านสามารถหาชมได้ตามเต้นท์หรือผู้ใช้ที่จะขายต่อมือสองได้ แต่ที่สำคัญ ควรศึกษาดูสภาพตัวถึง เครื่องยนต์ และอื่นๆประกอบการตัดสินใจด้วย ซึ่งรถที่มีสภาพสวยก็อาจมีราคาที่แพงตามไปด้วย

Share/Save/Bookmark

ต่อกันด้วยเรื่องของรถกึ่ง4WD Honda CR-V

Sunday, August 24th, 2008

มาดูรถกึ่ง 4WD ของค่าย Honda กัน นั่นคือ Honda CR-V ซึ่ง Honda CR-V นั่นได้มีการเปิดตัวตั้งแต่ปี 1996 จนถึงประมาณปี 2001 (CR-Vตัวแรก) ซึ่งทางฮอนด้าได้ออกมาสำหรับผู้ที่ชอบรถยนต์ทรง 4WD แต่ถ้าหากขับจริงๆแล้วก็ไม่ใช่ 4WD อย่างแท้จริง ระบบขับเคลือน 4 ล้อจะทำงานอัตโนมัติต่อเมื่อพบกับทางทุระกันดาร แต่ถ้าขับทางปกติ Honda CR-V จะปรับให้เป็น ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ในเรื่องของอุปกรณ์ภายในนั้น Honda CR-V ให้อุปกรณ์มาครบตามที่จำเป็นต้องใช้ เช่นระบบปรับอากาศที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิให้ด้วย อีกทั้ง ยังมีพวกออพชั่นไฟฟ้าทั้งหลายแถมมาให้ และยังเพิ่มความอเนกประสงค์ด้วยโต๊ะพับที่อยู่ท้ายรถ ภายในออกแบบมาอย่างกว้างขวางนั่งสบาย เรื่องช่วงล่างนั้นไม่ได้เซ็ตมาให้นิ่มเกินไป จะเซ็ตแนวแข็งๆหน่อย การเก็บเสียงทำได้ใช้ได้ แต่อาจจะมีเสียงเข้ามากไปหน่อยเมื่อใช้ความเร็วสูง
ในรุ่น CRV รุ่นนี้จะมีการแต่งหน้าทาปากเพิ่เติมในช่วงประมาณปี 2000- 2001 ซึ่งก็จะมีการเพิ่มชุดแต่งหรือ ทำกันชนให้เป็นสีเดียวกับตัวรถเพื่อที่จะทำให้ มีความสวยงามกลมกลืนมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม ซึ่งหากท่านใดสนใจก็สามารถทดลองขับหรือดูรถจริงๆได้ที่เต้นท์รถ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงเสมอนั่นคือ ต้องดูสภาพให้ดีและตรวจสอบว่าไม่มีการชนหนัก

Share/Save/Bookmark

รถขนาดกลางๆกึ่งเล็กที่นับว่ามีชื่อเสียงไม่เบาด้วย Mitsubishi Lancer cedia

Saturday, August 23rd, 2008

ด้วยเรื่องของ Mitsubishi นับว่าเป็นอีกยี่ห้อที่ได้รับความนิยมไม่น้อยในประเทศไทยซึ่ง รุ่นที่สามารถสร้างชื่อเสียงได้มากที่สุดคือ รุ่นที่มีชื่อเรียกว่า Mitsubishi Lancer E-car ซึ่งนับว่าเป็นรุ่นที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ Mitsubishi อย่างมาก และหลังจากนั้นก็มีการออกรุ่นๆต่อๆมีกเรื่อยจนกระทั้งถึง รุ่น Mitsubishi Lancer cedia ซึ่งจะออกมาในประมาณปี 2002 เป็นต้นไป
Mitsubishi Lancer cediaเป็นรถที่มีขนาดกลางกึ่งๆไปทางเล็กแต่ราคานั้นก็เกือบจะเท่ารถเล็กเลยก็ว่าได้เพียงแต่อาจจะแพงกว่าเล็กน้อย หรือเท่ากับรถเล็กในรุ่น ท๊อป ส่วนในเรื่องอุปกรณ์มาตราฐานนั้น นับว่าให้มาอย่างพอตัวเลยแต่ถ้าเทียบกับคู่แข่งอย่าง Honda Civic หรือ Toyota Altis ก็ยังนับว่าให้น้อยไป แต่ก็ชดเชยด้วยราคาที่เปิดตัวถูกกว่าคู่แข่ง  จุดเด่นของ Mitsubishi Lancer cedia คือการให้อุปกรณ์เท่าที่จำเป็นแต่ไม่ขาด เช่น พวกระบบปรับอากาศทั้งหลายถึงจะมีน้อยกว่าคู่แข่ง แต่ก็ถือว่าให้มาพอสำหรับการใช้งานในชึวิตประจำวันหากท่านใดสนใจที่จะดูรถตัวจริงสามารถหาดูได้ตามเต้นท์หรือตามที่ผู้ขายรถมือสองก็ได้

Share/Save/Bookmark

รถติดตลาดที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ใคร Honda Civic dimension

Friday, August 22nd, 2008

…. ว่ากันด้วยเรื่องของสภาพวะน้ำมันแพงในปัจจุบันทำให้มีผู้หันมาสนใจรถขนาดกลางและรถขนาดเล็กกันมากขึ้น ทำให้ Honda Civic dimension เป็นรถที่น่าสนใจอีกรุ่นหนึ่งเลยก็ว่าได้ ด้วยราคามือสองที่นับว่าลงมาเยอะแล้วเมื่อยิ่งเทียบราคากับคุณภาพทำให้ยิ่งรู้สึกว่าคุ้มค่ามากในราคาขนาดนี้ อีกทั้ง Honda Civic dimension ยังไม่นับว่าเป็นรถที่เก่ามากเกินไป ถ้าหากซื้อมาแล้ว ก็ยังไม่ต้องบูรณะมากนัก ถ้าโชคดีได้คันทีสภาพดีๆก็นับว่าได้ของดีไปใช้เลย Honda Civic dimension เป็นรถที่ออกมาตั้งแต่ปี 2001-2006 ซึ่งก็นับว่ามีออพชั่นมาให้ครบเลยทีเดียว เรื่องช่วงล่าง เซ็ตมาค่อนข้างดีเมื่อใช้ความเร็วไม่สูงมากนัก การเก็บเสียงอยู่ในระดับใช้ได้ ส่วนอุปกรณ์ที่ให้มาก็จะแล้วแต่รุ่นที่เลือก ซึ่งก็จะมี กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า กระจกไฟฟ้า ระบบปรับอากาศที่ให้มาอย่างครบครัน รุ่นนี้นับว่าเป็นรุ่นที่มีการออกแบบเกียร์มาอย่างนิ่มนวลเมื่อเปลี่ยนทีก็แทบจะไม่รู้สึกเลยก็ว่าได้ ส่วนเรื่องอัตราการกินน้ำมันนั้น นับว่าเป็นรถยนต์อีกรุ่นที่มีความประหยัดมากเลยทีเดียวทั้งวิ่งในเมืองและวิ่งนอกเมือง ในเมืองจะอยู่ที่ประมาณ 9-11 กิโลเมตร/ลิตร (แล้วแต่การขับขี่และสภาพการจราจร) ส่วนเรื่องของวิ่งต่างจังหวัดจะทำให้ได้อัตราการบริโภคน้ำมันที่อยู่ราวๆ 12-17 กิโลเมตร/ลิตร จากที่กล่าวรายละเอียดมาทั้งหมดหากใครสนใจก็สามารถไปดูรถจริงๆได้ที่เต้นท์หรือ ตามผู้ขายรถมือสองก็ได้

Share/Save/Bookmark